วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552

คำสั่งสำหรับผู้ใช้พื้นฐาน (Basic user command)

คำสั่งสำหรับผู้ใช้พื้นฐาน (Basic user command)
1. คำสั่ง ls : แสดงรายชื่อแฟ้มในห้องปัจจุบัน หรือห้องอื่น ๆ ที่ต้องการ
ทุกท่านที่มี account ใน linux จะมี home directory ของตนเอง เพื่อใช้เก็บแฟ้มต่าง ๆ ภายใต้ระบบ linux
เมื่อต้องการทราบว่ามีแฟ้มอะไร เก็บไว้บ้าง สามารถใช้คำสั่ง ls ได้ และสามารถกำหนด parameter ได้หลายตัว
เช่น -al --sort เป็นต้น ถ้าต้องการทราบว่าปัจจุบันตนเองอยู่ใน Directory ใด ให้ใช้คำสั่ง pwd
ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งาน
ls -alt :: เพื่อแสดงรายชื่อแฟ้ม และจัดเรียงตามเวลา (a=all, l=long listing, t=sort by modification time)
ls -alt | more :: เพื่อแสดงรายชื่อแฟ้มทั้งหมด แต่หยุดทีละหน้า ถ้ามีจำนวนแฟ้มเกินที่จะแสดงได้ ใน 1 หน้า
ls -al --sort=time | more :: แสดงรายชื่อแฟ้มเรียงตามเวลา แยกทีละหน้า แบบ long listing
ls -R | more :: แสดงรายชื่อในทุก directory ในห้องปัจจุบัน (R=Recursive)
ถ้าสังเกตนะครับ แฟ้มที่มี . หน้าชื่อแฟ้ม หมายถึง แฟ้มที่ซ่อนไว้ ถ้าใช้คำสั่ง ls หรือ ls -l จะไม่เห็นแฟ้มเหล่านี้
ถ้ามีอักษร D ที่ Column แรก ในส่วนแสดงรายชื่อแฟ้ม ด้วยคำสั่ง ls -al จะหมายถึง directory
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
2 คำสั่ง chmod : เปลี่ยนสถานะของแฟ้มเช่น Read Write eXecute
ใช้เปลี่ยนสิทธิของแฟ้ม เจ้าของ(Owner), คนในกลุ่ม(Group), คนอื่น(Other) สามารถทำอะไรได้บ้าง
: change file access permissions
เมื่อใช้คำสั่ง ls ท่านจะเห็นตัวอักษร RWXRWXRWX หรือทำนองนี้หน้าชื่อแฟ้ม ซึ่งเป็นการกำหนด สิทธิของแต่ละแฟ้ม ว่า อ่านได้
เขียนได้ และประมวลผลได้ โดยแยกเป็นส่วนของ เจ้าของ กลุ่ม คนอื่น ซึ่งเป็นคำสั่งที่จำเป็นมากสำหรับ webmaster ในการดูแลระบบ
และท่านที่ต้องการเขียน CGI จะต้องรู้คำสั่งนี้ เพราะ เมื่อส่งแฟ้ม CGI เข้าไปใน server และต้องการให้คนทั่วไปเข้ามาใช้บริการ
โปรแกรมของตนที่เขียนขึ้นด้วย Perl จะไม่สามารถใช้ได้ ถ้าไม่กำหนดให้คนอื่น สามารถประมวลผลได้ (x) จึงจำเป็นต้องใช้คำสั่ง
เช่น chmod 755 hello.pl หรือ chmod 775 fileforyou.pl หรือ chmod +x test.pl เป็นต้น
ในแต่ละกลุ่มจะมีการกำหนดสิทธิได้ 3 แบบ
ตัวอักษร R มาจาก Read หมายถึง อ่าน
ตัวอักษร W มาจาก Write หมายถึง เขียน
ตัวอักษร X มาจาก Execute หมายถึง ประมวลผล
ตัวอย่างเช่น
--- : ไม่มีสิทธิอะไรเลย (เลขที่ใช้คือ 0)
--X : ประมวลผลได้อย่างเดียว (เลขที่ใช้คือ 1)
R-- : อ่านได้อย่างเดียว (เลขที่ใช้คือ 4)
RW- : อ่าน และเขียนได้ (เลขที่ใช้คือ 6)
R-X : อ่าน และประมวลผลได้ (เลขที่ใช้คือ 5)
RWX : อ่าน เขียน และประมวลผลได้ (เลขที่ใช้คือ 7) ความหมายของ RWXRWXRWX จะเห็นว่ามีอักษร 9 ตัว
3 ตัวแรกหมายถึง เจ้าของ
3 ตัวที่สองหมายถึง กลุ่ม
3 ตัวที่สามหมายถึง คนอื่น
ตัวอย่างเช่น
RWX------ : เจ้าของเท่านั้นที่มีสิทธิทุกอย่าง (เลขที่ใช้คือ 700)
RWXRWX--- : เจ้าของ และสมาชิกกลุ่มเดียวกันมีสิทธิทุกอย่าง (เลขที่ใช้คือ 770)
RWXR-XR-X : เจ้าของทำได้หมด ส่วนกลุ่มและคนอื่นอ่านและประมวลผลได้ (เลขที่ใช้คือ 755)
R--R--R-- : ทุกคนอ่านได้อย่างเดียว (เลขที่ใช้คือ 444)
ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งาน
chmod 777 index.php :: ทำให้แฟ้มนี้ อ่าน เขียน และประมวลผล โดยทั้ง 3 กลุ่ม
chmod 755 * -Rf :: ทำให้ทุกแฟ้ม ทุก direcroty ในห้องปัจจุบัน เปลี่ยนตามที่กำหนด
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
3 คำสั่ง man : แสดงรายละเอียดของคำสั่ง (Manual)
: เป็นคำสั่งที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้อธิบายคำสั่งต่าง ๆ ให้ท่านได้ (Manual)
: format and display the on-line manual pages
ผมเชื่อว่าทุกคนที่ใช้ unix หรือ linux ต้องเคยใช้คำสั่งนี้มาก่อน เพราะจะเป็นคำสั่งที่ช่วยอธิบายหน้าที่ของคำสั่ง
พร้อมกับแสดง parameter ที่สามารถใช้ได้ทั้งหมดของคำสั่งนั้น และยังมีตัวอย่างการใช้ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องอีก
ทำให้ประหยัดเวลาในการค้นเอกสารได้อย่างมาก บางท่านอาจศึกษา linux ด้วยการอ่านจาก man อย่างเดียวเลยก็มีนะครับ
โดยไม่ต้องไปหาซื้อหนังสือที่ไหนมาอ่านก็ทำได้
ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งาน
man man :: เพื่ออธิบายคำสั่ง man เอง ว่าตัวคำสั่งนี้ใช้อย่างไร
man ls :: เพื่ออธิบายคำสั่ง ls ว่าใช้อย่างไร
man useradd :: เพื่ออธิบายคำสั่ง useradd ว่าใช้อย่างไร
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
4. คำสั่ง mkdir, rmdir, cd : : : คำสั่งเกี่ยวกับ Directory หรือ Folder เพื่อสร้าง หรือลบ
: งานต่าง ๆ เกี่ยวกับ directory
: make, remove empty, change working directory
ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ใช้ dos มาก่อนต้องคุ้นเคยกับ directory แน่นอน สำหรับคำสั่งเกี่ยวกับ directory ในที่นี้มี 3 คำสั่ง
mkdir หมายถึง สร้าง directory (make directories)
rm หมายถึง ลบ directory (remove files or directories) และคำสั่งนี้ยังใช้ลบแฟ้มตามปกติได้อีกด้วย
cd หมายถึงเปลี่ยน directory (change working directory)
ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งาน
mkdir hello :: สร้าง directory ชื่อ hello ในห้องปัจจุบัน
rmdir hello.htm :: จะลบแฟ้มชื่อ hello.htm
cd / :: ย้าย directory ไปยัง root หรือห้องนอกสุด
cd .. :: ย้าย directory ออกไปข้างบน 1 ระดับ
cd ~/x :: เข้าไปยังห้อง x ของ home directory เช่น /home/thaiall/x ถ้า home directory คือ /home/thaiall
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
5. คำสั่ง pico : : : editor ยอดฮิตใน Linux ที่ต้องมากับ Pine เป็น Text mode ที่ใช้ง่ายที่สุด
เป็น editor ที่ใช้สำหรับแก้ไขแฟ้มแบบ text คล้าย vi แต่มีประสิทธิภาพกว่ามาก
เพียงแต่พิมพ์คำว่า pico แล้ว enter ก็ใช้งานได้เลย การจะจัดเก็บ หรืองานต่าง ๆ
ที่มีบริการไว้มากมาย ท่านสามารถอ่านได้จากเมนูด้านล่าง ซึ่งเครือ่งหมาย ^ หมายถึงการกดปุ่ม Ctrl ประกอบอักษรต่าง ๆ นั่นเอง
ผมคิดว่าท่านน่าจะพออ่านรู้เรื่อง หรือจะพิมพ์ว่า pico xx ก็จะเป็นการสร้างแฟ้มชื่อ xx ให้ทันที แต่หากมีแล้ว ก็จะเปิดแฟ้ม xx
มาให้แก้ไขในโปรแกรม xx เมื่อท่านต้องการเลิกก็ทำได้โดยกดปุ่ม Ctrl-X เป็นอันเรียบร้อย หากท่านใดเคยใช้ vi
เมื่อลองใช้โปรแกรมนี้จะติดใจอย่างแน่นอน เพราะใช้งานได้ง่ายกว่า หลายเท่านัก
หลายครั้ง ที่พิมพ์คำว่า pico แล้วไม่มีในเครื่อง ก็เพราะไม่ได้ลงโปรแกรม pine เมื่อต้องการใช้ pico
ก็ต้องติดตั้งโปรแกรม pine เข้าไปในเครื่อง จากแผ่น CD ด้วยคำสั่ง rpm -i pine*

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น